ถ้าพูดถึงเมืองเล็กๆ ที่อยู่ทางภาคเหนือของลาว “หลวงพระบาง” หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับชื่อของเมืองนี้ ดีแต่จะมีซักกี่คนที่ได้สัมผัสถึงกลิ่นไอและวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่ของเมืองมรดกโลกแห่งนี้
ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากประเทศไทย การเดินทางที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไปประกอบกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและไม่วุ่นวายเลยทำให้หลวงพระบางเป็นเมืองในฝันของหลายๆ คนที่อยากจะไปเยือนให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต กับการเป็นมรดกโลกของหลวงพระบางนั้นหลายๆ คนมองเพียงแค่วัตถุ บ้านเรื่อนเท่านั้นที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก แต่ความจริงแล้วความเป็นมรดกโลกของหลวงพระบางมีมากกว่าสิ่งที่เราได้เห็น แต่หมายรวมถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ด้วย วัฒนธรรมที่ยังคงอยู่ของหลวงพระบางจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตและบรรยากาศที่ยังคงเหลืออยู่จริง ภาพของบ้านเรือนที่และวัดมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ทุกๆ มุมของเมืองนี้สามารถบอกได้ทันทีว่าวิถีชีวิตของผู้คนที่นี้ใกล้ชิดกับศาสนามากขนาดไหน
สิ่งที่ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลมาที่หลวงพระบาง นั้นเป็นเพราะเสน่ห์ของเมืองที่ศาสนาใกล้กับวิถีชิวิตของผู้คน ภาพของพระที่ออกบิณฑบาตตอนเช้า ของทุกวันเป็นแถวยาว เป็นหนึ่งในเสน่ห์และวัฒนธรรมของเมืองนี้ หากลองมองย้อนกลับไปภาพเหล่านี้คงเป็นภาพที่คุ้นตาของผู้คนในเมืองนี้ และเป็นกิจวัฒของผู้คนที่นี้ที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน จนเป็นขนบธรรมเนียมของผู้คนที่นี้ไป ไม่ว่าจะมุมใดของหลวงพระบางเราสามารถที่จะพบเห็นวัดน้อยใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วเมือง ถ้าเรามองให้ดีศิลปะหลายแขนงถูกถ่ายทอดออกมาในรูปของสถาบัตยกรรมที่ยังคงเหลืออยู่ตามวัดต่างๆ ที่ตั้งอวดสายตาของนักท่องเที่ยวให้หลงไปกับบรรยากาศของศิลปะที่มีอยู่รอบๆ ตัว ประกอบกับภาพของพระ เณรที่ปฏิบัติกิจชองตน มากมายที่จำวัดอยู่ตามวัดต่างๆ คงเป็นภาพปกติสำหรับคนที่นี้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่มายังเมืองเล็กๆ แห่งนี้คงเป็นภาพที่น่าตื่นตาอย่างยิ่งที่ได้เห็น
อีกหนึ่งในหลายๆ กิจกรรมของการไปเยือนหลวงพระบางได้แก่การได้ปั่นจักรยานไปรอบๆ เมืองเล็กๆ แห่งนี้เพื่อที่จะได้เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ และวัดเชียงทอง วัดที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของหลวงพระบาง เป็นอีกที่หมายหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวทุกคนพลาดที่จะไปเยี่ยมและสัมผัสบรรยากาศของวัดแห่งนี้ ด้วยศิลปะที่งดงาม สถาบัตยกรรมที่โดดเด่นที่รอดจากการทำลายของการเวลา จึงทำให้วัดแห่งนี้ได้ปรากฏตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และหากได้มองลึกลงไปเรายังสามารถพบกับความสงบและความศรัทธาของผู้คนต่อวัดนี้อยู่ด้วย
นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่ยังหลวงพระบางคงจะพลาดไม่ได้กับการได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนที่หลวงพระบางในยามเช้า ตลาดเช้าสัญลักษณ์ของวันใหม่ที่ผู้คนใยหลวงพระบางต่างออกมาจับจ่ายสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ผลไม้ป่า เห็ด ผักที่สามารถหาได้ตามฤดูการถูกนำมาวางจัดเรียงให้กับลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อไปประกอบอาหารในชีวิตประจำวัน นั้นเป็นสัญญานที่บอกกับทุกคนที่ได้มาเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยตาของตนเองได้ว่า หลวงพระบางนั้นนอกจากเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นเมืองที่อุดทสมบูรณ์ด้วยทรัพยาการณ์ต่างๆ ที่หมุนเวียนไปตาม ฤดูการ ลองมองในอีกมุมหนึ่งนั้นบ่งบอกเราได้ทันทีว่าวิถีชีวิตของผู้คนที่หวลงพระบางนั้นยังใกล้ชิดและผูกติดกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อีกด้วย
พระอาทิตย์แม้จะลับขอบฟ้าไปแล้วแต่ชีวิตของผู้คนที่นี้ยังไม่หลับใหลไปตามการเวลา แต่บางชีวิตพึ่งจะเริ่มต้นการประกอบอาชีพของพวกเขา ตลาดมืดเป็นแหล่งจำหนายของที่ละลึกแก่บรรดานักท่องเที่ยวที่ต้องการ ซื้อของที่ละลึกกลับไปเพื่อย้อนบอกตัวเองว่าได้มาสัมผัสับบรรยากาศเหลานี้ด้วยตัวเองแล้ว ผ้าทอหลากสี ผลิตภัณฑ์จากไม้ เครื่องเงินที่บรรดาพ่อค้า แม่ค้านำมาประชันกันเพื่ออวดสายนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้
กับกิจกรรมที่หลายหลาย เช่น การล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ การเดินป่า การเที่ยวชมหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู้รายรอบหลวงพระบางต่างเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดหลายๆ คนให้หลงใหลในเสน่ห์ของเมืองในหุบเขาเล็กๆ แห่งนี้ ทุกย่างก้าวของผู้คนที่ผ่านไปมา ณ เมืองเล็กๆ แห่งนี้มันเหมือนเวลาที่นี้หยุดนิ่งอยู่กับที่ จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนจากทุกทิศมายังหลวงพระบาง
แม้การเวลาจะเปลี่ยนไปเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น หลวงพระบาง อาจจะเป็นเมืองท่องเที่ยวในสายตาของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่ต้องการเดินทางมาแสวงหาความแปลกใหม่ของเมืองในภูมิภาคนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลวงพระบางเป็นเมืองที่วัฒนธรรมยังคงอยู่ เป็นที่ ที่วัฒนธรรมกับวิถีชีวิตรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นที่ ที่วัฒนธรรมสืบถอดต่อจากรุ่น สู่รุ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้หลวงพระบางยังเป็นเมืองที่วัฒนธรรมยังมีชีวิตอยู่...